ความสำคัญของการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550
โดย
นายนายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
รองประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมและสนับสนุน
การดำเนินการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้ สำคัญกว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งที่ผ่านมาอย่างไร
โดยทั่วไปต้องถือว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้งมีความสำคัญ แต่ต้องขอเรียนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งหรือสำคัญกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และรัฐบาลได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติด้วย ทั้งนี้เนื่องจาก
1. การเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคมนี้ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และถือว่าเป็นกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นในการแก้ไขวิกฤตการณ์ และความขัดแย้งต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น หากประชาชนโดยส่วนใหญ่ของประเทศได้ไปร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคนหรือมากที่สุด ย่อมเป็นการแสดงออกอย่างสำคัญต่อผู้ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดให้รู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่มีเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าที่ต้องการให้ผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งไปแก้ไขวิกฤตการณ์และระงับความขัดแย้งต่างๆ ให้หมดไป
2. ประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือแม้แต่ประชาชนไทยของเราเองก็อยู่ระหว่างการเฝ้ามองและเฝ้าติดตามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง และนำไปสู่การมีรัฐบาลที่ดีมีประสิทธิภาพ มาดำเนินการบริหารพัฒนาประเทศในทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษาและความมั่นคงปลอดภัยของชีวิต การออกไปใช้สิทธิของประชาชนส่วนใหญ่มากที่สุดจึงจะเป็นหลักประกันต่อเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และการมีรัฐบาลที่ดี มีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อถือ เชื่อมั่นแก่ประชาคมโลก และประชาชนชาวไทยของเราเองอย่างแท้จริง
จะแก้ไขอย่างไรกรณีที่ยังมีประชาชนบางส่วนรู้สึกว่าเบื่อการเมือง และไม่รู้ว่าเลือกตั้งแล้วประชาชนจะได้อะไร
ก่อนอื่นๆ ต้องขอเรียนว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 23 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน เพราะผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งจะต้องเป็นผู้ที่ไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง โดยนำเงินงบประมาณที่ได้จากการเก็บภาษีอากรมาจัดสรรหรือนำไปใช้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน รวมตลอดจนเป็นผู้ที่ใช้อำนาจอนุมัติ อนุญาต และการกำกับดูแลเรื่องต่างๆ ให้เกิดความเสมอภาค เป็นธรรม เช่น การให้สัมปทานต่างๆ หรือการคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความสำคัญยิ่ง หากมีคนจำนวนมากที่เบื่อการเมืองแล้วไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งก็จะส่งผลเสียหายต่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง เพราะอาจทำให้คนไม่ดีคนที่คิดถึงประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ได้รับเลือกให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาหรือในรัฐบาล
ทั้งนี้ การที่ประชาชนไปใช้สิทธิจำนวนมากยังจะเป็นการแสดงออกถึงเจตนาหรือพลังของประชาชนว่า แม้ภายหลังการเลือกตั้งแล้วประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังจะร่วมกันใช้สิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ตรวจสอบการทำงาน การใช้จ่ายงบประมาณ และการใช้อำนาจรัฐในการอนุมัติ อนุญาตต่างๆ ว่าได้ดำเนินการไปโดยถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่ด้วย
จึงขอฝากให้ประชาชนทุกคนมีกำลังใจ และเห็นถึงความสำคัญของสิทธิของประชาชนในการไปออกเสียงเลือกตั้งและร่วมกันไปใช้สิทธิกันทุกคน
จะทำอย่างไรให้ประชาชนใช้สิทธิเกินกว่าร้อยละ 70
เมื่อพิจารณาจากผลการสำรวจ (โพล) ต่างๆ ที่เผยแพร่ในสื่อมวลชน จะเห็นได้ว่าการรับรู้กำหนดวันเลือกตั้ง 23 ธันวาคม มีจำนวนที่สูงขึ้นมากกว่าในระยะก่อนหน้านี้มาก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ใช้สิทธิจะเกินกว่าร้อยละ 70 แต่นี่เป็นการประเมินทางบวก ที่สำคัญการที่ประชาชนจะไปใช้สิทธิมากที่สุดน่าจะอยู่ที่ความร่วมมือของประชาชนทุกคน องค์กร สถาบันภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อทุกแขนง จะต้องร่วมกันเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิในทุกๆ รูปแบบ เช่น พูดคุย/โทรศัพท์/ส่งข้อความบอกต่อ ในครอบครัว ในที่ทำงาน ในสถาบันการศึกษา ในร้านค้า ในสถานประกอบการ ในรายการของสื่อในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ ฯลฯ
การต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง หรือนักการเมืองหรือไม่
ในประเด็นนี้ถือว่ามีความชัดเจนมากกว่าประชาชนไม่ควรเลือกพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่หาเสียง หรือจูงใจให้ไปเลือกบุคคลเหล่านั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เงินหรือทรัพย์สินเป็นสิ่งจูงใจ เพราะถือว่าพรรคการเมืองหรือนักการเมืองเหล่านั้นได้มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย หากบุคคลเหล่านี้ได้รับเลือกตั้งไปย่อมคาดหมายหรือเชื่อได้ว่า พวกเขาจะเข้าไปบริหารบ้านเมืองหรือใช้อำนาจรัฐโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ความเป็นธรรม ตามที่กฎหมายบัญญัติและจะไปแสวงหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ประชาชนจึงต้องไม่เลือกพรรคหรือนักการเมืองที่ซื้อเสียง
การร่วมกันของประชาชนไปใช้สิทธิให้มากกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 80 หรือมากกว่านั้นเป็นการทำความดีที่สำคัญสำหรับประเทศชาติ
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 23 ธันวาคมนี้ เป็นกระบวนการที่สำคัญตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถ้าประชาชนไปใช้สิทธิกันจำนวนมากที่สุดมากกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 80 หรือมากกว่านั้น ย่อมจะเป็นหลักประกันต่อการแก้ไขวิกฤตของบ้านเมืองและร่วมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนไทยทุกคน ซึ่งหากประเทศไม่มีวิกฤตบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยประชาชนมีความสุข ย่อมถือได้ว่าประชาชนไทยทุกคนได้ร่วมกันทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
|